จริยธรรมในการตีพิมพ์
1. การประเมินด้านจริยธรรม/จรรยาบรรณวารสารวิชาการไทยในฐานข้อมูล TCI
การปฏิบัติงานวารสาร Trends in Routine to Research อ้างอิงประกาศของ TCI เรื่อง การประเมินด้านจริยธรรม/จรรยาบรรณวารสารวิชาการไทยในฐานข้อมูล TCI (ศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารไทย, 2566) โดยมีการดำเนินงานของกองบรรณาธิการในประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้:
- 1.1 ไม่ดำเนินการกับบทความที่ตรวจพบการตีพิมพ์ซ้ำ (duplications) มีข้อมูลการวิจัยซ้ำซ้อน (similarities) โดยไม่ได้รับอนุญาต และ/หรือ ไม่มีการอ้างอิงอย่างถูกต้อง
- 1.2 มีการตีพิมพ์เผยแพร่บทความที่มี conflicts of interest เช่น หัวหน้ากองบรรณาธิการ (editor-in-chief) ตีพิมพ์เผยแพร่บทความของตนเองเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือ ไม่มีการตรวจสอบคุณภาพบทความก่อนการตีพิมพ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบทความ เป็นต้น
- 1.3 มีกระบวนการเพิ่มการอ้างอิงให้กับบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารตนเองที่ไม่เหมาะสม เช่น มีการกำกับให้มีการอ้างอิงบมความในวารสารตนเองทั้งในลักษณะลับหรือเปิดเผย และ/หรือ มีการใช้การอ้างอิงที่ไม่ถูกต้องและสอดคล้องกับเนื้อหา เป็นต้น
- 1.4 มีการเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (Article Processing Charges, APC) ที่ไม่โปร่งใส่ ไม่เท่าเทียม และไม่เป็นธรรม เช่น ไม่มีประกาศระบุการเรียกเก็บ ไม่ระบุอัตราค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขของการเรียกเก็บอย่างชัดเจน และ/หรือ เรียกเก็บค่า APC สำหรับการดำเนินการแบบเร่งด่วน (fast-track) เป็นต้น
- 1.5 ไม่กำกับให้การดำเนินงานและการบริหารจัดการของวารสารเป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์อย่างถูกต้อง และ/หรือ ไม่ดำเนินการกับผู้นิพนธ์หรือบทความที่ตรวจพบว่ามีการกระทำผิดด้านจริยธรรม และจรรยาบรรณอย่างเหมาะสม
- 1.6 ไม่ดำเนินการกับประเด็นอื่นๆ ที่ละเมิดหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณของวารสาร
2. จริยธรรมในการตีพิมพ์บทความวารสาร Trends in Routine to Research
เพื่อให้การดำเนินงานของวารสารเกิดความสอดคล้องกับมาตรฐานการตีพิมพ์ระดับนานาชาติและจริยธรรมในการตีพิมพ์บทความตามข้อกำหนดของ Committee on Publication Ethics (Committee on Publication Ethics, 2565) จึงได้กำหนดบทบาทและจริยธรรมของวารสารโดยมีรายละเอียดดังนี้:
จริยธรรมของผู้จัดพิมพ์
Trends in Routine to Research เป็นวารสารวิชาการที่ให้ความสำคัญกับ “จริยธรรมในการตีพิมพ์ทางวิชาการ” โดยทุกกระบวนการในการจัดการบทความเกี่ยวกับการพัฒนางานประจำจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างมีแบบแผนตามแนวทางของ “คณะกรรมการจริยธรรมในการตีพิมพ์ (COPE)” (https://publicationethics.org/)
- มีการตรวจจับการคัดลอกผลงานทางวิชาการของบทความด้วยโปรแกรม “CopyCatch” ซึ่งเปอร์เซ็นต์การคัดลอกของบทความที่สามารถรับได้จะต้องมีผลการตรวจสอบค่า “ดัชนีความคล้ายคลึงกัน (Similarity Index)” ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ หากบทความใดมีค่าเกินกว่าที่วารสารกำหนด จะถูกส่งกลับไปยังผู้เขียนเพื่อแก้ไขและชี้แจง หากไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจนจะส่งผลให้ต้นฉบับถูกปฏิเสธโดยทันที และยุติกระบวนการตรวจสอบ
- นอกจากนี้เพื่อป้องกันอคติและผลประโยชน์ทับซ้อน จึงได้กำหนดวิธีการประเมินแบบปกปิดทั้งสองทางสำหรับต้นฉบับทั้งหมด
จรรยาบรรณบรรณาธิการ
คำตัดสินของบรรณาธิการถือเป็นข้อสรุปสุดท้ายว่าต้นฉบับจะได้รับการตอบรับหรือปฏิเสธการตีพิมพ์ หากเกิดข้อขัดแย้งระหว่างผลการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินบทความ หรือทีมบรรณาธิการ Trends in Routine to Research ประกอบด้วยหัวหน้าบรรณาธิการ และบรรณาธิการสาขา โดยทั่วไปกองบรรณาธิการจะให้คำแนะนำและแนวปฏิบัติด้านวิชาการและอาจทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินบทความด้วย
- บรรณาธิการจะต้องยึดถือหลักการทางจริยธรรมทั้งหมดในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับประเด็น วิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์, สหวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสหวิทยาการด้านมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์
- บรรณาธิการจะต้องเลือกผู้ตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องและไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับผู้เขียน
- บรรณาธิการจะต้องไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ประเมินให้ผู้เขียนทราบ และในทางกลับกันบรรณาธิการจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ จากต้นฉบับก่อนตีพิมพ์
- ผลการประเมิน ข้อมูล หรือความคิดเห็นของผู้ประเมิน จะต้องเป็นข้อมูลที่ไม่เปิดเผยและไม่สามารถนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
จริยธรรมของผู้เขียน
- ต้นฉบับจะต้องไม่เคยถูกตีพิมพ์ในวารสารอื่นก่อนที่จะส่งมายัง Trends in Routine to Research หากบางส่วนของบทความเคยได้รับการนำเสนอในที่ประชุมจะต้องมีการเขียนระบุเป็นหมายเหตุ
- หากบทความถูกปฏิเสธตอบรับการตีพิมพ์จาก Trends in Routine to Research ผู้เขียนสามารถพิจารณาปรับแก้และส่งบทความไปยังวารสารอื่นได้
- ผู้เขียนจะต้องตอบข้อคำถามและแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะทั้งหมดของผู้ประเมิน โดยสามารถเขียนชี้แจงโดยลงรายละเอียดในส่วนที่ขัดแย้งกับคำแนะนำของผู้ประเมินได้ โดยผลสรุปของคำตัดสินจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้าบรรณาธิการ
- Trends in Routine to Research ปฏิบัติตามนโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนข้อมูลของบทความ ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ของบทความจะต้องมีหนังสืออนุมัติการปรับเปลี่ยนข้อมูลโดยลงนามจากผู้เขียนทุกคน
จริยธรรมของผู้ประเมินบทความ
- ผู้ประเมินบทความจะไม่ประเมินบทความที่ไม่ตรงกับสาขาความเชี่ยวชาญของตนเอง โดยจะต้องปฏิเสธคำขอของวารสารที่จะให้ประเมินคุณภาพของบทความ
- ผู้ประเมินบทความจะต้องให้คำแนะนำในเชิงวิชาการตามความเชี่ยวชาญของตนเท่านั้น โดยคำแนะนำต่างๆ จะต้องไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- ผู้ประเมินบทความจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลหรือผลลัพธ์ของต้นฉบับบทความที่ได้รับการประเมินก่อนการเผยแพร่ตีพิมพ์
- ผู้ประเมินบทความควรแจ้งทีมบรรณาธิการหากสงสัยว่าต้นฉบับบทความที่ได้รับการประเมินเคยมีการตีพิมพ์เผยแพร่มาก่อนแล้ว